Skip to content

ประติมากรรมส่วนใหญ่เป็นงานแกะสลักหินตามฝาผนังเหนือประตูหน้าต่าง

26

ศิลปะไบแซนไทน์ จักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบแซนไทน์ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5-11 มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลหรืออิสตันบลู เมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน ทำหน้าที่รับทอดศิลปวัฒนธรรมกรีกและโรมัน โดยนำมาผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมตะวันออกทำให้กลายเป็นลักษณะเฉพาะตัว แสดงออกถึงอิทธิพลของคริสต์ศาสนา ซึ่งมีลักษณะการผสมระหว่างศิลปะโรมันและมุสลิม ได้แก่ วิหารเซนต์โซเฟีย วิหารฮาร์เจียโซเฟีย การวาดภาพแบบเฟรสโก คือ การวาดภาพลงบนปูนฉาบที่ยังเปียกอยู่ งานสถาปัตยกรรม มีลักษณะงดงามทั้งโครงสร้างและการตกแต่ง นิยมสร้างวิหารที่มีรูปโดมอยู่ตรงกลาง และประดับกระจกสีเหนือบนประตูหน้าต่างอย่างวิจิตรบรรจงงานชิ้นเอกแห่งยุค คือ มหาวิหารซานตา โซเฟียและวิหารซานตา โซเฟีย ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล

ศิลปะโรมาเนสก์ มีลักษณะของการผสมผานระหว่างศิลปะโรมันกับศิลปะของอนารยชนเยอรมันในช่วงคริศต์ศตวรรษที่ 11-12 มีศูนย์กลางอยู่ที่ฝรั่งเศส มีลักษณะเรียบง่ายไม่หรูหราเหมือนศิลปะไบแซนไทน์ ประตูหน้าต่างโค้งกลม กำแพงหนา บนหน้าต่างเล็กและเรียวยาว ภายในมืดมองภายนอกเหมือนป้อมปราการ เช่น วิหารแซงต์ – เอเดียนนี ในฝรั่งเศส หอเอนปิซา ในอิตาลี เกิดจากการสร้างสรรค์ของฝ่ายคริสตจักรเป็นส่วนใหญ่ งานสถาปัตยกรรม ลักษณะเด่นคือ การสร้างวิหารขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของวัด หลังคารูปโค้ง แต่ไม่ใช่หลังคาโดมเหมือนศิลปะไบแซนไทน์ ผลงานชิ้นสำคัญ คือวิหารแซงต์เอเตียนน์ ในฝรั่งเศส และหอเอนปิซา ในอิตาลี

งานประติมากรรม ส่วนใหญ่เป็นงานแกะสลักหินตามฝาผนังเหนือประตูหน้าต่าง เป็นเรื่องราวในคริสต์ศาสนา ใช้ลวดลายแบบเรขาคณิตตามแบบชนเผ่าเยอรมันโบราณ รูปแกะสลักมักยาวเรียวไม่เหมือนจริง ช่วยเน้นจินตนาการ ซึ่งแตกต่างจากศิลปะกรีกและโรมันที่เน้นรูปทรงสัดส่วนเหมือนจริงตามธรรมชาติ ศิลปะโกธิกเป็นลักษณะเด่นที่สุดของยุโรปสมัยกลาง ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 พัฒนามาจากโรมาเนสก์ มีลักษณะอ่อนโยน เหมือนจริงตามธรรมชาติ โปร่งบาง หลังคาเป็นยอดแหลม ประตูโค้ง ภายในประดับกระสี ได้แก่ วิหารโนตรดาม ในฝรั่งเศส วิหารออร์เวียตไต ในอิตาลี ให้ความสำคัญกับลักษณะของมนุษย์นิยมมาก เป็นศิลปะของยุโรปที่สะท้อนถึงอิทธิพลของคริสต์ศาสนา และหลุดพ้นจากอิทธิพลของศิลปะ กรีก-โรมัน อย่างแท้จริง