Skip to content

งานจิตรกรรมและประติมากรรมในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา

11

สงครามครูเสดนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ยุโรปตะวันตกอย่างใหญ่หลวง ระบอบการปกครองแบบศักดินาหมดสิ้นไป แว่นแคว้นต่าง ๆ เริ่มมีความเป็นอิสระ ศิลปินได้นำเอาแบบอย่างศิลปะชั้นสูงในสมัยกรีกและโรมัน มาสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระเต็มที่ งานสถาปัตยกรรมมีการก่อสร้างแบบกรีกและโรมันเป็นจำนวนมาก ลักษณะอาคารมีประตูหน้าต่างเพิ่มมากขึ้น ประดับตกแต่งภายในด้วยภาพจิตรกรรมและประติมากรรมอย่างหรูหรา สง่างาม งานสถาปัตยกรรมที่ ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้นฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้แก่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงโรม เป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก วิหารนี้มีศิลปินผู้ออกแบบควบคุมงานก่อสร้างและลงมือตกแต่งด้วยตนเอง ต่อเนื่องกันหลายคน เช่น โดนาโต บรามันโต  ราฟาเอล ไมเคิล แองเจลโลและโจวันนิ เบอร์นินี

งานจิตรกรรมและประติมากรรมในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ศิลปินสร้างสรรค์ในรูปความงามตามธรรมชาติ และความงามที่เป็นศิลปะแบบคลาสสิกที่เจริญสูงสุด ซึ่งพัฒนาแบบใหม่จากศิลปะกรีกและโรมัน ความสำคัญของศิลปะสมัยฟื้นฟู มีความสำคัญต่อการสร้างสรรค์ศิลปะเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะเทคนิคการเขียนภาพ การใช้องค์ประกอบทางศิลปะ หลักกายวิภาค การเขียนภาพทัศนียวิทยา การแสดงออกทางศิลปะมีความสำคัญในการพัฒนาชีวิต สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม จัดองค์ประกอบภาพให้มีความงาม มีความเป็นมิติ มีความสัมพันธ์กับการมองเห็น ใช้เทคนิคการเน้นแสงเงาให้เกิดดุลยภาพ มีระยะตื้นลึก ตัดกันและความกลมกลืน เน้นรายละเอียดได้อย่างสวยงาม ศิลปินที่สำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาที่สร้างสรรค์งานไว้เป็นอมตะเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  ได้แก่ เลโอนาร์โด ดาวินชี ผู้เป็นอัจริยะทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ แพทย์ กวี ดนตรี จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ผลงานที่มีชื่อเสียงของดาวินชี ได้แก่ ภาพอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู ภาพพระแม่บนก้อนหิน ภาพพระแม่กับเซนต์แอน และภาพหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มอันลึกลับที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ ภาพโมนาลิซา

ไมเคิล แองเจลโล เป็นศิลปินผู้มีความสามารถ และรอบรู้ในวิทยาการแทบทุกแขนง โดยเฉพาะรอบรู้ในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม เป็นสถาปนิกผู้ร่วมออกแบบและควบคุมการก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ งานประติมากรรมสลักหินอ่อนที่มีชื่อเสียงและเป็นผลงานชิ้นเอก ได้แก รูปโมเสส ผู้รับบัญญัติสิบประการจากพระเจ้า รูปเดวิด หนุ่มผู้มีเรือนร่างที่งดงาม รูปพิเอตตา แม่พระอุ้มศพพระเยซูอยู่บนตัก ภาพเขียนของไมเคิล แองเจลโลชิ้นสำคัญที่สุด เป็นภาพบนเพดานและฝาฝนังของโบสถ์ซิสติน ในพระราชวังวาติกัน ประเทศอิตาลีในปัจจุบัน

ราฟาเอลเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมออกแบบควบคุมการก่อสร้าง และตกแต่งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มีผลงานจิตรกรรมที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ได้แก่ ภาพแม่พระอุ้มพระเยซู ภาพงานรื่นเริงของทวยเทพ ศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาแพร่หลายออกไปจากประเทศอิตาลีสู่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปตะวันตกอย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลต่อศิลปะในประเทศนั้น ๆ อย่างมากมาย ทำให้เกิดสกุลศิลปะและศิลปินที่สำคัญในท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นจำนวนมาก ผลงานอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ เรากล่าวได้ว่ามนุษยชาติเป็นหนี้บุญคุณบรรพชนแห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาอยู่จนปัจจุบันนี้

เทคนิคการวาดรูปสีอะครีลิคบนผืนผ้า

สีอะครีลิค เป็นสีที่ในปัจจุบัน มีคนหันมาสนใจกันมากขึ้น ด้วยความที่แห้งเร็ว สามารถซ้ำหรือแก้ไขได้หากเขียนผิด อุปกรณ์ก็ไม่ยุ่งยากมากมาย ไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวน สามารถเขียนบนวัสดุได้หลากหลาย เช่น ผ้า ไม้ เสื้อยืด กระเป๋า เป็นต้น ขั้นตอนการวาดรูปสีอะครีลิค มีหลากหลายวิธีตามแต่จะประยุกต์ วิธีที่จะนำเสนอในวันนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับความถนัดของแต่ละคน เรื่องของสีก็ไม่ต้องไปซีเรียสมาก เพราะสิ่งเหล่านั้นสามารถพลิกแพลงและแก้ไขได้ ซึ่งก็เกิดจากประสบการณ์และการฝึกฝนนั่นเอง

ขั้นตอนการวาดภาพสีอะครีลิค

1.โดยต้องร่างภาพที่ต้องการวาด สาหรับมือใหม่แนะนำให้ร่างภาพให้ละเอียด เพราะจะมีผลตอนลงสี ถ้าไม่ละเอียด หรือร่างภาพเบาไปเวลาลงสีภาพที่ร่างไว้จะหายไป

2.ลงสีเพื่อคลุมโทนภาพ ให้ดูภาพต้นแบบว่าโทนภาพสีอะไร แล้วลงสีตามนั้น ขั้นตอนนี้ให้ละลายสีอะคลีลิคให้จางๆเพราะถ้าลงสีเข้ม ภาพที่ร่างไว้จะหายไป เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เกลี่ยสีให้เสมอ วิธีนี้ช่วยทำให้ภาพที่ออกมาดูซอฟและเป็นธรรมชาติ

3.เมื่อลงสีพื้นเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลงสีในส่วนของรายละเอียดของภาพในส่วนต่างๆ เช่น ใบหญ้าสีเขียว หยดน้า ลงสีแค่ให้รู้ว่าตรงไหนสีอะไร แล้ว ค่อยมาเก็บมิติ ความลึกตื้นของภาพภายหลัง จะทำให้สีสม่ำเสมอ ไม่มากไปหรือน้อยไป

4.เมื่อลงสีในส่วยต่างๆ ของภาพเรียบร้อย ก็เริ่มเก็บรายละเอียดในส่วนรายละเอียดของภาพ เมื่อเรียบร้อยก็เริ่มลงสีในส่วนของบรรยากาศ

5.หลายคนมักลงสีในส่วนของบรรยากาศก่อน อันนั้นก็ไม่ผิด แต่การวาดภาพบรรยากาศภายหลังวาดภาพหลักมักทำให้ภาพดูสมจริงมากขึ้น เพราะตามความเป็นจริงแล้ว บรรยากาศครอบคลุมทุกอย่าง

6.เกลี่ยสีของบรรยากาศในส่วนต่างๆ ไล่สีให้กลมกลืนกับสีในส่วนสว่าง ซึ่งเป็นสีที่ระบายคลุมโทนเอาไว้ในตอนแรก จะเห็นได้ว่า ถ้าไม่ระบายคลุม โทนไว้แต่ต้น ขั้นตอนนี้จะทำได้ยากมาก อาจต้องใช้เวลาและสีก็มักจะดูไม่เป็นธรรมชาติ

7.เมื่อลงสีของบรรยากาศเรียบร้อยแล้ว ก็มาเก็บรายละเอียดของภาพอีกครั้ง เพื่อคัดให้ภาพโดดเด่นขึ้น ขั้นตอนพวกนี้มักทำภายหลัง เพราะต้องการความสดของสี เพื่อเน้นให้เกิดความโดดเด่นและสวยงาม

Tagged

ศิลปะเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์

ในสมัยต่อมา มีผู้ให้ความหมายของศิลปะว่า ศิลปะเป็นผลงานการสร้างสรรค์ ซึ่งในความหมายนี้ เราต้องมาตีความหมายของคำว่า “การสร้างสรรค์” กันเสียก่อน การสร้างสรรค์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Cerative” นั้น คือ การทำให้เกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา ซึ่งบางสิ่งบางอย่างนั้นไม่เคยมีอยู่มาก่อน ทั้งที่เป็นผลิตผล หรือกระบวนการ หรือความคิด ดังนั้น สิ่งที่จะเป็นงานสร้าง สรรค์ได้จะต้องเป็นประดิษฐ์กรรมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก หรือเป็นกระบวนการใหม่ ๆ ที่ สร้างขึ้นมาเพื่อกระทำการบางสิ่งบางอย่างให้ประสบผลสำเร็จหรือเป็นการสร้างแนวคิดใหม่ที่จะนำไปสู่วิธีการใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ นี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ เพราะแนวคิดใหม่ จะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการ หรือวิธีการใหม่ ๆ ที่จะนำไปสู่ผลผลิตหรือประดิษฐ์กรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นมาในโลก และตอบสนองความต้องการในด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ได้ เพื่อแทนที่ผลผลิต หรือประดิษฐ์กรรมเดิม ที่ตอบสนองได้ไม่พอเพียง หรือไม่เป็นที่พอใจ การสร้างสรรค์ในอีกความหมายหนึ่งจึงเกิดขึ้น คือ เป็นการทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีหลาย ๆ วิธี โดยอาจเป็นการปรับปรุงกระบวนการใหม่ ให้ได้ผลผลิตมากกว่าเดิม หรือเป็นการปรับปรุงรูปแบบผลผลิตใหม่ โดยใช้วิธีการเดิม แต่ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ๆ ก็ตาม เป็นการกระทำให้เกิดขึ้นจากการใช้แนวคิดแบบใหม่ ๆ ทั้งสิ้น และเป็นผลของวิธีการคิดที่เรียกว่า “ความคิดสร้างสรรค์”

ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่อยู่ในมนุษย์ทุกคน และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้โดยอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและบรรยากาศที่เอื้ออำนวย ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะอย่างแยกกันไม่ออก หรืออาจกล่าวได้ว่า ศิลปะเป็นผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ศิลปะเป็นผลจากความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่มีความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถสร้างงานศิลปะได้ จากตอนต้นที่กล่าวว่า ศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แสดงว่า มนุษย์เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถสร้างงานศิลปะได้ แต่นอกเหนือจากมนุษย์แล้วจะยังมีสิ่งอื่น ๆ อีกหรือไม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ จากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ และการศึกษา ค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ เราจะพบว่าสัตว์โลกหลาย ๆ ชนิดมีความคิด รู้จักความรักและมีสัญชาตญาณ แต่สิ่งเหล่านั้นจะจัดเป็นความคิดสร้างสรรค์หรือไม่ สัตว์ทั้งหลายสามารถสร้างหรือกระทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าเดิมหรือไม่ รู้จักพัฒนาแนวคิด กระบวนการ และผลผลิตให้ดีกว่าเดิมหรือไม่ ?

Tagged

ศิลปินยุคใหม่ปลีกตัวออกจากการยึดหลักวิชาการซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่มีรากฐานมาจากศิลปะกรีกและโรมัน

3

ศิลปะสมัยใหม่เริ่มขึ้นตอนปลายศตวรรษที่ 18 ในประเทศฝรั่งเศส สืบเนื่องจากความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางศิลปะอย่างขนานใหญ่ ทั้งรูปแบบและจุดประสงค์ โดยเฉพาะสร้างสรรค์งานจิตรกรรม ศิลปินยุคใหม่ต่างพากันปลีกตัวออกจากการยึดหลักวิชาการ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่มีรากฐานมาจากศิลปะกรีกและโรมัน มาใช้ความรู้สึกนึกคิดและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนอย่างอิสระ แยกศิลปะออกจากศาสนาโดยสิ้นเชิง ศิลปะจึงเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลอย่างแท้จริง ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเต็มที่ จึงทำให้เกิดรูปแบบศิลปะใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ดังจะได้กล่าวพอสังเขปดังนี้

ศิลปะแบบนีโอคลาสสิก นีโอคลาสสิกเป็นรูปแบบศิลปะที่อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างสมัยใหม่กับสมัยเก่า ภาพเขียนจะสะท้อนเรื่องราวทางอารยธรรม เน้นความสง่างามของรูปร่างทรวดทรงของคนและส่วนประกอบของภาพ มีขนาดใหญ่โต แข็งแรง มั่นคง ใช้สีกลมกลืน มีดุลยภาพของแสง และเงาที่งดงามศิลปินที่สำคัญของศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ได้แก่  ชาก – ลุย ดาวิด ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานของศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ผลงานจิตรกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น การสาบานของโฮราตี การตายของมาราต์ การศึกระหว่างโรมันกับซาไบน์ เป็นต้น

ศิลปะแบบโรแมนติกเป็นศิลปะรอยต่อจากแบบนีโอคลาสสิก แสดงถึงเรื่องราวที่ตื่นเต้น เร้าใจ สะเทือนอารมณ์แก่ผู้พบเห็น ศิลปินโรแมนติกมีความเชื่อว่าศิลปะจะสร้างสรรค์ตัวของมันเองขึ้นได้ด้วยคุณค่าทางอารมณ์ของผู้ดูและผู้สร้างสรรค์ ศิลปินที่สำคัญของศิลปะโรแมนติก ได้แก่ เจริโคต์ (Gericault) ผลงานจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงมาก คือ การอับปางของเรือเมดูซา (Raft of the Medusa)  เดอลาครัว (Delacroix) ชอบเขียนภาพที่แสดงความตื่นเต้น เช่น ภาพการประหารที่  ทิชิโอ ความตายของชาดาร์นาปาล การฉุดคร่าของนางรีเบกกา เป็นต้น  ฟรานซิสโก โกยา (Francisco Goya) ชอบเขียนภาพแสดงการทรมาน การฆ่ากันในสงคราม คนบ้า ตลอดจนภาพเปลือย เช่น ภาพเปลือยของมายา (Maya the nude) เป็นต้น

ประติมากรรมส่วนใหญ่เป็นงานแกะสลักหินตามฝาผนังเหนือประตูหน้าต่าง

26

ศิลปะไบแซนไทน์ จักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบแซนไทน์ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5-11 มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลหรืออิสตันบลู เมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน ทำหน้าที่รับทอดศิลปวัฒนธรรมกรีกและโรมัน โดยนำมาผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมตะวันออกทำให้กลายเป็นลักษณะเฉพาะตัว แสดงออกถึงอิทธิพลของคริสต์ศาสนา ซึ่งมีลักษณะการผสมระหว่างศิลปะโรมันและมุสลิม ได้แก่ วิหารเซนต์โซเฟีย วิหารฮาร์เจียโซเฟีย การวาดภาพแบบเฟรสโก คือ การวาดภาพลงบนปูนฉาบที่ยังเปียกอยู่ งานสถาปัตยกรรม มีลักษณะงดงามทั้งโครงสร้างและการตกแต่ง นิยมสร้างวิหารที่มีรูปโดมอยู่ตรงกลาง และประดับกระจกสีเหนือบนประตูหน้าต่างอย่างวิจิตรบรรจงงานชิ้นเอกแห่งยุค คือ มหาวิหารซานตา โซเฟียและวิหารซานตา โซเฟีย ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล

ศิลปะโรมาเนสก์ มีลักษณะของการผสมผานระหว่างศิลปะโรมันกับศิลปะของอนารยชนเยอรมันในช่วงคริศต์ศตวรรษที่ 11-12 มีศูนย์กลางอยู่ที่ฝรั่งเศส มีลักษณะเรียบง่ายไม่หรูหราเหมือนศิลปะไบแซนไทน์ ประตูหน้าต่างโค้งกลม กำแพงหนา บนหน้าต่างเล็กและเรียวยาว ภายในมืดมองภายนอกเหมือนป้อมปราการ เช่น วิหารแซงต์ – เอเดียนนี ในฝรั่งเศส หอเอนปิซา ในอิตาลี เกิดจากการสร้างสรรค์ของฝ่ายคริสตจักรเป็นส่วนใหญ่ งานสถาปัตยกรรม ลักษณะเด่นคือ การสร้างวิหารขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของวัด หลังคารูปโค้ง แต่ไม่ใช่หลังคาโดมเหมือนศิลปะไบแซนไทน์ ผลงานชิ้นสำคัญ คือวิหารแซงต์เอเตียนน์ ในฝรั่งเศส และหอเอนปิซา ในอิตาลี

งานประติมากรรม ส่วนใหญ่เป็นงานแกะสลักหินตามฝาผนังเหนือประตูหน้าต่าง เป็นเรื่องราวในคริสต์ศาสนา ใช้ลวดลายแบบเรขาคณิตตามแบบชนเผ่าเยอรมันโบราณ รูปแกะสลักมักยาวเรียวไม่เหมือนจริง ช่วยเน้นจินตนาการ ซึ่งแตกต่างจากศิลปะกรีกและโรมันที่เน้นรูปทรงสัดส่วนเหมือนจริงตามธรรมชาติ ศิลปะโกธิกเป็นลักษณะเด่นที่สุดของยุโรปสมัยกลาง ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 พัฒนามาจากโรมาเนสก์ มีลักษณะอ่อนโยน เหมือนจริงตามธรรมชาติ โปร่งบาง หลังคาเป็นยอดแหลม ประตูโค้ง ภายในประดับกระสี ได้แก่ วิหารโนตรดาม ในฝรั่งเศส วิหารออร์เวียตไต ในอิตาลี ให้ความสำคัญกับลักษณะของมนุษย์นิยมมาก เป็นศิลปะของยุโรปที่สะท้อนถึงอิทธิพลของคริสต์ศาสนา และหลุดพ้นจากอิทธิพลของศิลปะ กรีก-โรมัน อย่างแท้จริง