Skip to content

ศิลปะในพระราชวังแวร์ซายส์

ศิลปะในพระราชวังแวร์ซายส์

พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส บริเวณที่ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานครปารีส พระราชวังแวร์ซายส์เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก และยังนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย ประวัติความเป็นมาแต่เดิมนั้น เมืองแวร์ซายส์เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เยี่ยงชนบทอื่น ๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ. 2167 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น

รูปแบบศิลปะและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของพระราชวังแวร์ซายส์ เป็นการนำเอาศิลปะบารอกและรอกโกโก และศิลปแบบโรโคโค หรือบางครั้งก็เรียกกันว่า “ศิลปแบบหลุยส์ที่ 14ศิลปโรโคโคเริ่มพัฒนามาจากศิลปฝรั่งเศส และการตกแต่งภายในเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 18 ห้องที่ออกแบบแบบโรโคโคจะเป็น เอกภาพ คือทุกสิ่งทุกอย่างในห้อง ไม่ว่าจะเป็นผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องประดับ จะออกแบบเพื่อให้กลมกลืนกันอันหนึ่งอันเดียวกันมิใช่จะอิสระต่อกัน คือไม่มีสิ่งใดในห้องนั้นที่นอกแบบออกมา ภายในห้องจะมีเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหราและอลังการ รูปปั้นเล็กๆแบบประดิดประดอย ภาพเขียนหรือกระจกก็จะเป็นกรอบลวดลาย และพรมแขวนผนัง ที่ถ้าแยกอะไรออกมาก็จะทำให้ห้องนั้นไม่สมบูรณ์แบบ ศิลปโรโคโคมาแทนด้วยสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิค

Tagged

สุดยอดภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกตลอดกาล

ภาพเขียนมักจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหรือสไตล์การเขียนภาพที่โดดเด่น ภาพเขียนชั้นยอดเยี่ยมเหล่านั้นคือทักษะและความสามารถของเหล่าศิลปินระดับโลก ปาโบล ปิกัสโซ ได้กล่าวไว้ว่าเด็กทุกคนเกิดมาเป็นศิลปิน ปัญหาอยู่ที่การรักษาความเป็นศิลปินไว้ในตัวพวกเขา จักรวาลนี้เต็มไปด้วยศิลปะและแรงบันดาลใจ แต่มันจะต้องมีศิลปินที่มีความสามารถจริงๆ และมีวิสัยทัศน์ที่จะใช้สีและแปรงถ่ายทอดความคิด วิสัยทัศน์ และจักรวาลที่สวยงามนี้ให้เป็นภาพเขียน

1. Birth of Venus

สำหรับภาพนี้บอตติเชลลีได้รับแรงบันดาลใจจากถ้อยคำในบทสวดสมัยกรีกโบราณ เป็นภาพของเทพีวีนัสยืนบนเปลือกหอยที่ลอยมาจากทะเลมาเกยฝั่งจากการถูกเป่ามาโดยเซไฟรัส ผู้เป็นเทพแห่งลมตะวันตกและเป็นสัญลักษณ์ของความไคร่ โดยมีเทพีโฮแรเป็นเทพีแห่งฤดูมารออยู่และยื่นมอบเสื้อคลุมลายดอกไม้ให้

birth-of-venus

2. The Night Watch

ภาพนี้เขียนเสร็จสมบูรณ์ในปี 1642 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของยุคทองของชาวดัตช์ The Night Watch เป็นหนึ่งในภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่เขียนโดยแร็มบรันต์ ฟัน ไรน์ จิตรกรชาวดัตช์ ภาพแสดงให้เห็นหน่วยทหารยามของเมืองที่กำลังเคลื่อนพลออกมา นำโดยกัปตันฟรันส์ บันนิง โกก และผู้ช่วยของเขา ภาพเขียนถูกเคลือบด้วยน้ำมันวานิชสีเข้มซึ่งทำให้เห็นว่ามันเป็นฉากเวลากลางคืนซึ่งเป็นที่มาของชื่อ The Night Watch

the-night-watch

3. Guernica

เป็นหนึ่งในภาพเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของปาโบล ปิกัสโซ แสดงให้เห็นถึงโศกนาฏกรรมของสงครามและความทุกข์ทรมานที่จะกระทบถึงแต่ละบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้บริสุทธิ์ วัตถุประสงค์ของปิกัสโซในการเขียนภาพคือนำความสนใจของผู้คนในโลกไปยังการทิ้งระเบิดที่เมือง Guernica แคว้นบาสก์โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดของเยอรมันที่ให้การสนับสนุนกองกำลังต่างชาติของนายพลฟรังโกในระหว่างสงครามกลางเมืองสเปน

guernica

4. American Gothic

เป็นผลงานของจิตรกรชาวอเมริกัน แกรนท์ วู้ด เขาได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านแบบกอธิคของชาวอเมริกัน เขาตัดสินใจวาดบ้านพร้อมกับคนประเภทที่เขาจินตนาการว่าน่าจะอาศัยอยู่ในบ้านแบบนี้ ในภาพเป็นรูปชาวนายืนอยู่ข้างผู้หญิงที่น่าจะเป็นภรรยาของเขาโดยมีบ้านแบบกอธิคเป็นฉากหลัง เขาให้หมอฟันของเขามาเป็นนายแบบและให้น้องสาว Nan Wood Graham เป็นนางแบบ

american-gothic

5. Self-Portrait Without Beard

เป็นหนึ่งในภาพเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล แวน โก๊ะ ได้เขียนภาพเหมือนของเขาไว้จำนวนมาก Self-Portrait Without Beard อาจจะเป็นภาพเหมือนภาพสุดท้ายของเขา  และที่มันมีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นเพราะมันเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาพที่แสดงตัวเขาแบบไม่มีเครา ภาพนี้ถูกขายไปในราคา 71.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 1998 ที่นิวยอร์ก ณ ขณะนั้นมันเป็นภาพที่มีราคาแพงที่สุดอันดับ 3

self-portrait-without-beard

Tagged

การสร้างสรรค์งานประติมากรรม

original_cr028

งานประติมากรรม เป็นการสร้างสรรค์รูปทรงให้มีลักษณะผลงานเป็นสามมิติ มีความกว้าง ความยาว ความสูงหรือความหนา มักจะทำด้วยวัสดุที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปทรงได้ เช่น ดินเหนียว ดินน้ำมัน ปูนปลาสเตอร์ ไม้ หิน เป็นต้น งานประติมากรรม มีเทคนิควิธีการทำได้หลายวิธี เช่น

เทคนิคการแกะสลักไม้   ขั้นตอนและวิธีการแกะสลัก

  1. กำหนดรูปแบบและลวดลาย ออกแบบหรือกำหนดรูปแบบและลวดลายนับเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการออกแบบ สำหรับงานแกะสลักต้องรู้จักหลักในการออกแบบ และต้องรู้จักลักษณะของไม้ที่จะนำมาใช้แกะสลัก เช่น ทางไม้หรือเสี้ยนไม้ที่สวนกลับไปกลับมา สิ่งเหล่านี้ช่างแกะสลักจะต้องศึกษาหาความรู้และแบบงานแกะสลักต้องเป็นแบบ ที่เท่าจริง
  2. การถ่ายแบบลวดลายลงบนพื้นไม้ นำแบบที่ออกแบบไว้มาผนึกลงบนไม้ หรือนำมาตอกสลักกระดาษแข็งต้นแบบให้โปร่ง เอาลวดลายไว้และนำมาวางทาบบนพื้นหน้าไม้ที่ทาด้วยน้ำกาว หรือน้ำแป้งเปียกไว้แล้วทำการตบด้วยลูกประคบดินสอพองหรือฝุ่นขาวให้ทั่ว แล้วนำกระดาษต้นแบบออก จะปรากฏลวดลายที่พื้นผิวหน้าไม้
  3. การโกลนหุ่นขึ้นรูป คือการตัดทอนเนื้อไม้ด้วยเครื่องมือช่างไม้บ้างเครื่องมือช่างแกะสลักบ้าง แล้วแกะเนื้อไม้เอาส่วนที่ไม่ต้องการออกให้ไม้นั้นมีลักษณะรูปร่างที่ใกล้ เคียงกับแบบเพื่อให้เกิดรูปทรงตามต้องการ มีความชัดเจนตามลำดับเพื่อจะนำไปแกะสลักลวดลายในขั้นต่อไป การโกลนภาพ เช่นการแกะภาพลอยตัว เช่น หัวนาคมงกุฎ หรือแกะครุฑและภาพสัตว์ต่าง ๆ ช่างจะต้องโกลนหุ่นให้ใกล้เคียงกับตัวภาพ
  4. การแกะสลักลวดลาย คือการใช้สิ่วที่มีความคม มีขนาดและหน้าของสิ่วต่าง ๆ เช่น สิ่วหน้าตรง หน้าโค้ง และฆ้อนไม้ เป็นเครื่องมือในการแกะสลัก เพื่อทำให้เกิดลวดลายซึ่งต้องใช้ฆ้อนไม้ในการตอกและใช้สิ่วทำการขุด การปาดและการแกะลวดลายทำให้เกิดความงามตามรูปแบบที่ต้องการ การขุดพื้น คือการตอกสิ่วเดินเส้น โดยใช้สิ่วที่พอดีกับเส้นรอบนอกของตัวลาย เพื่อเป็นการคัดโคมของลวดลายส่วนใหญ่ทั้งหมดก่อนโดยใช้ฆ้อนตอก เวลาตอกก็ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม สม่ำเสมอเพื่อคมสิ่วจะได้จมลึกในระยะที่เท่ากันแล้วจึงทำการใช้สิ่วหน้าตรง ขุดพื้นที่ไม่ใช่ตัวลายออกให้หมดเสียก่อน ขุดชั้นแรกขุดตื้น ๆ ก่อน ถ้าพื้นยังไม่ลึกพอก็ตอกซ้ำอีกแล้วจึงขุดต่อไปเพื่อให้ได้ช่องไฟที่โปร่งถ้า ต้องการนำลวดลายแกะสลักนั้นไปประดับในที่สูงก็ต้องขุดพื้นให้ลึกพอประมาณ เพราะมองไกล ๆ จะได้เห็น การแกะยกขึ้น หลังจากที่ทำการขุดพื้นแล้วก็แกะยกชั้น จัดตัวลายที่ซ้อนชั้นกันเพื่อให้เห็นโคมลายชัดเจน ซึ่งก้าวก่ายกันในเชิงของการผูกลายเพื่อปรับระดับความสูงต่ำของแต่ละชั้นมี ระยะ 1 – 2 – 3 การแกะแรลาย เริ่มจากการตอกสิ่วเดินเส้นภายในส่วนละเอียดของลวดลายแล้ว ก็จะใช้สิ่วเล็บมือทำการปาดแกะแรลายเก็บแต่งส่วนละเอียด
Tagged

งานจิตรกรรมและประติมากรรมในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา

11

สงครามครูเสดนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ยุโรปตะวันตกอย่างใหญ่หลวง ระบอบการปกครองแบบศักดินาหมดสิ้นไป แว่นแคว้นต่าง ๆ เริ่มมีความเป็นอิสระ ศิลปินได้นำเอาแบบอย่างศิลปะชั้นสูงในสมัยกรีกและโรมัน มาสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระเต็มที่ งานสถาปัตยกรรมมีการก่อสร้างแบบกรีกและโรมันเป็นจำนวนมาก ลักษณะอาคารมีประตูหน้าต่างเพิ่มมากขึ้น ประดับตกแต่งภายในด้วยภาพจิตรกรรมและประติมากรรมอย่างหรูหรา สง่างาม งานสถาปัตยกรรมที่ ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้นฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้แก่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงโรม เป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก วิหารนี้มีศิลปินผู้ออกแบบควบคุมงานก่อสร้างและลงมือตกแต่งด้วยตนเอง ต่อเนื่องกันหลายคน เช่น โดนาโต บรามันโต  ราฟาเอล ไมเคิล แองเจลโลและโจวันนิ เบอร์นินี

งานจิตรกรรมและประติมากรรมในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ศิลปินสร้างสรรค์ในรูปความงามตามธรรมชาติ และความงามที่เป็นศิลปะแบบคลาสสิกที่เจริญสูงสุด ซึ่งพัฒนาแบบใหม่จากศิลปะกรีกและโรมัน ความสำคัญของศิลปะสมัยฟื้นฟู มีความสำคัญต่อการสร้างสรรค์ศิลปะเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะเทคนิคการเขียนภาพ การใช้องค์ประกอบทางศิลปะ หลักกายวิภาค การเขียนภาพทัศนียวิทยา การแสดงออกทางศิลปะมีความสำคัญในการพัฒนาชีวิต สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม จัดองค์ประกอบภาพให้มีความงาม มีความเป็นมิติ มีความสัมพันธ์กับการมองเห็น ใช้เทคนิคการเน้นแสงเงาให้เกิดดุลยภาพ มีระยะตื้นลึก ตัดกันและความกลมกลืน เน้นรายละเอียดได้อย่างสวยงาม ศิลปินที่สำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาที่สร้างสรรค์งานไว้เป็นอมตะเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  ได้แก่ เลโอนาร์โด ดาวินชี ผู้เป็นอัจริยะทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ แพทย์ กวี ดนตรี จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ผลงานที่มีชื่อเสียงของดาวินชี ได้แก่ ภาพอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู ภาพพระแม่บนก้อนหิน ภาพพระแม่กับเซนต์แอน และภาพหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มอันลึกลับที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ ภาพโมนาลิซา

ไมเคิล แองเจลโล เป็นศิลปินผู้มีความสามารถ และรอบรู้ในวิทยาการแทบทุกแขนง โดยเฉพาะรอบรู้ในด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม เป็นสถาปนิกผู้ร่วมออกแบบและควบคุมการก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ งานประติมากรรมสลักหินอ่อนที่มีชื่อเสียงและเป็นผลงานชิ้นเอก ได้แก รูปโมเสส ผู้รับบัญญัติสิบประการจากพระเจ้า รูปเดวิด หนุ่มผู้มีเรือนร่างที่งดงาม รูปพิเอตตา แม่พระอุ้มศพพระเยซูอยู่บนตัก ภาพเขียนของไมเคิล แองเจลโลชิ้นสำคัญที่สุด เป็นภาพบนเพดานและฝาฝนังของโบสถ์ซิสติน ในพระราชวังวาติกัน ประเทศอิตาลีในปัจจุบัน

ราฟาเอลเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมออกแบบควบคุมการก่อสร้าง และตกแต่งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มีผลงานจิตรกรรมที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ได้แก่ ภาพแม่พระอุ้มพระเยซู ภาพงานรื่นเริงของทวยเทพ ศิลปะสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาแพร่หลายออกไปจากประเทศอิตาลีสู่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปตะวันตกอย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลต่อศิลปะในประเทศนั้น ๆ อย่างมากมาย ทำให้เกิดสกุลศิลปะและศิลปินที่สำคัญในท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นจำนวนมาก ผลงานอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ เรากล่าวได้ว่ามนุษยชาติเป็นหนี้บุญคุณบรรพชนแห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาอยู่จนปัจจุบันนี้

เทคนิคการวาดรูปสีอะครีลิคบนผืนผ้า

สีอะครีลิค เป็นสีที่ในปัจจุบัน มีคนหันมาสนใจกันมากขึ้น ด้วยความที่แห้งเร็ว สามารถซ้ำหรือแก้ไขได้หากเขียนผิด อุปกรณ์ก็ไม่ยุ่งยากมากมาย ไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวน สามารถเขียนบนวัสดุได้หลากหลาย เช่น ผ้า ไม้ เสื้อยืด กระเป๋า เป็นต้น ขั้นตอนการวาดรูปสีอะครีลิค มีหลากหลายวิธีตามแต่จะประยุกต์ วิธีที่จะนำเสนอในวันนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับความถนัดของแต่ละคน เรื่องของสีก็ไม่ต้องไปซีเรียสมาก เพราะสิ่งเหล่านั้นสามารถพลิกแพลงและแก้ไขได้ ซึ่งก็เกิดจากประสบการณ์และการฝึกฝนนั่นเอง

ขั้นตอนการวาดภาพสีอะครีลิค

1.โดยต้องร่างภาพที่ต้องการวาด สาหรับมือใหม่แนะนำให้ร่างภาพให้ละเอียด เพราะจะมีผลตอนลงสี ถ้าไม่ละเอียด หรือร่างภาพเบาไปเวลาลงสีภาพที่ร่างไว้จะหายไป

2.ลงสีเพื่อคลุมโทนภาพ ให้ดูภาพต้นแบบว่าโทนภาพสีอะไร แล้วลงสีตามนั้น ขั้นตอนนี้ให้ละลายสีอะคลีลิคให้จางๆเพราะถ้าลงสีเข้ม ภาพที่ร่างไว้จะหายไป เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เกลี่ยสีให้เสมอ วิธีนี้ช่วยทำให้ภาพที่ออกมาดูซอฟและเป็นธรรมชาติ

3.เมื่อลงสีพื้นเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลงสีในส่วนของรายละเอียดของภาพในส่วนต่างๆ เช่น ใบหญ้าสีเขียว หยดน้า ลงสีแค่ให้รู้ว่าตรงไหนสีอะไร แล้ว ค่อยมาเก็บมิติ ความลึกตื้นของภาพภายหลัง จะทำให้สีสม่ำเสมอ ไม่มากไปหรือน้อยไป

4.เมื่อลงสีในส่วยต่างๆ ของภาพเรียบร้อย ก็เริ่มเก็บรายละเอียดในส่วนรายละเอียดของภาพ เมื่อเรียบร้อยก็เริ่มลงสีในส่วนของบรรยากาศ

5.หลายคนมักลงสีในส่วนของบรรยากาศก่อน อันนั้นก็ไม่ผิด แต่การวาดภาพบรรยากาศภายหลังวาดภาพหลักมักทำให้ภาพดูสมจริงมากขึ้น เพราะตามความเป็นจริงแล้ว บรรยากาศครอบคลุมทุกอย่าง

6.เกลี่ยสีของบรรยากาศในส่วนต่างๆ ไล่สีให้กลมกลืนกับสีในส่วนสว่าง ซึ่งเป็นสีที่ระบายคลุมโทนเอาไว้ในตอนแรก จะเห็นได้ว่า ถ้าไม่ระบายคลุม โทนไว้แต่ต้น ขั้นตอนนี้จะทำได้ยากมาก อาจต้องใช้เวลาและสีก็มักจะดูไม่เป็นธรรมชาติ

7.เมื่อลงสีของบรรยากาศเรียบร้อยแล้ว ก็มาเก็บรายละเอียดของภาพอีกครั้ง เพื่อคัดให้ภาพโดดเด่นขึ้น ขั้นตอนพวกนี้มักทำภายหลัง เพราะต้องการความสดของสี เพื่อเน้นให้เกิดความโดดเด่นและสวยงาม

Tagged